มือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจ

ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง อันเนื่องมาจากการที่โลกเข้าสู่ยุคการสื่อสารอย่างไร้พรมแดน ทำให้ในปัจจุบันการรับรายได้ทางเดียวอาจไม่พอ หรือหลายคนอาจคิดถึงการเก็บออมเพื่ออนาคต การเริ่มต้นลงทุนเป็นการเก็บออมที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป การมีเงินไว้ใช้ในอนาคตเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องคิดอยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จากกิจกรรมทุกอย่างในชีวิตประจำวันล้วนต้องใช้เงินทั้งสิ้น ดังนั้นการลงทุนเพื่อเก็บออมจึงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ ดังนั้น หากท่านต้องการลงทุนเพื่ออนาคต หรือลงทุนเพื่ออมเงิน มาเริ่มการออมจากวันนี้ด้วยการเป็นมือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจ เพราะถ้าหากไม่เริ่มลงทุนวันนี้ แล้วจะเริ่มเมื่อไร?

การลงทุนมีหลายประเภทที่ควรทำความเข้าใจทั้งการฝากธนาคาร การซื้อกองทุน การซื้อพันธบัตร แต่ในบทความนี้เราจะมาคุยกันถึงการลงทุนในตราสารหนี้ และการลงทุนในตราสารทุน เพื่อให้มือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจ

มือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจในตราสารหนี้ เป็นการลงทุนที่เหมืนกับการเอาเงินให้บริษัทหรือองค์กรนั้นๆไปใช้หมุนเวียนเพื่อการขยายธุรกิจ หรือเพิ่มสภาพคล่องให้กับกิจการนั้นๆ การลงทุนประเภทนี้แบ่งเป็น พันธบัตร และหุ้นกู้ ซึ่งการลงทุนทั้งสองประเภทนี้จะให้ผลตอบแทนที่อยู่ในรูปของดอกเบี้ย โดยจะกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตามที่บริษัทนั้นกำหนด ส่วนมากจะจ่ายเป็นไตรมาส การลงทุนประเภทนี้ยังแบ่งเป็นระยะสั้น หรือระยะยาว ระยะสั้นคือต่ำกว่าหนึ่งปี ส่วนระยะยาวคือมากกว่าหนึ่งปี การลงทุนในตราสารหนี้เป็นการลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ที่ต้องการลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน เนื่องจากจะได้รับดอกเบี้ยทุกไตรมาส และมีข้อดีที่ หากซื้อหุ้นกู้ไปแล้วบริษัทล้มละลาย ก็จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญเพราะบริษัทถือว่าบริษัทเป็นหนี้ผู้ที่ซื้อหุ้นกู้ของบริษัท

มือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจในตราสารทุน ซึ่งตราสารทุนในที่นี้ก็จะหมายถึงการลงทุนในหุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ หุ้นสามัญกับหุ้นบุริมสิทธิจะแตกต่างกันที่หุ้นสามัญจะมีสิทธิในการออกเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น และมีสิทธิเป็นเจ้าของกิจการ แต่หุ้นบุริมสิทธิไม่มีสิทธิออกเสียง แต่หากกิจการล้มละลายผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้สิทธิคืนเงินก่อนหุ้นสามัญ ซึ่งการลงทุนประเภทนี้ความเสี่ยงค่อนข้างสูง ได้ผลตอบแทนการลงทุนเป็นเงินปันผลตามกำไรของบริษัท เหมาสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้สูง

หากมือใหม่ลงทุนอย่างมั่นใจสามารถรับความเสี่ยงได้สูงแนะนำให้ลองออมเงินในหุ้นปันผลโดยการทยอยซื้อเก็บไปเรื่อยๆ แล้วจะเห็นถึงการงอกเงยของรายได้ซึ่งได้ทั้งส่วนต่างของมูลค่าที่เพิ่มขึ้น และเงินปันผลที่ได้รับ

วางแผนเกษียณ หมดปัญหาการเงิน

คงปฏิเสธกันไม่ได้สำหรับมนุษย์ทุกคนบนโลกที่อยากจะมีชีวิตที่สุขสบายแม้ในบั้นปลายของชีวิตก็เช่นกัน ซึ่งสามารดำรงชีพได้โดยที่ไม่ต้องรบกวนเงินของลูกหลานมากเกินไปจนอาจจะทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมาในภายหลัง นั่นก็คือการถูกเอาไปไว้ที่สถานรับเลี้ยงคนชรา ดังนั้นหลายคนก็ต้องเริ่มวางแผนหรือวิธีการในการที่จะวางแผนสำหรับการมีเงินใช้ในบั้นปลายของชีวิต งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้างที่จะช่วยให้ในอนาคตช่วงที่เราปลดเกษียณตัวเองแล้วนั้นเราจะมีเงินสำรองเอาไว้ใช้ได้อย่างไร

1.ออมตอนนี้ ยังไม่สายไป

นี่ก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่เราสามารถนึกได้เป็นเรื่องแรกเมื่อถึงเวลาที่เราจะวางแผนการเกษียณให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายมากเพราะตามธนาคารต่างๆในปัจจุบันก็จะมีแผนในการช่วยออมเงินสำหรับเตรียมตัวเข้าสู่วัยเกษียณ หรือเราเองก็สามารถวางแผนให้กับตัวเองง่ายๆด้วยการหักเงินเดือน 10% เข้าบัญชีที่เราเตรียมไว้สำหรับการเกษียณโดยเฉพาะและจะไม่นำเงินในส่วนนี้ที่แบ่งไว้ออกมาใช้เป็นอันขาด และซึ่งในการออมเราเองก็ต้องแบ่งบัญชีสำหรับการฝากเงินไว้ 3 บัญชี 1)บัญชีสำหรับการใช้จ่ายฉุกเฉิน 2)บัญชีสำหรับการออมเงิน 3)บัญชีสำหรับการลงทุน

2.ลงทุนง่ายๆ ตามสไตล์เรา

อย่างที่เห็นได้ในข้อแรกว่าเราได้มีการแบ่งบัญชีสำหรับการลงทุน อย่าแปลกใจไปเพราะจริงๆการลงทุนก็ไม่ได้อยากเกินฝีมือเราหรอก การลงทุนที่พูดถึงไม่จำเป็นว่าจะต้องลงทุนในการทำร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือ การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่เราสามารถเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนกับธนาคารก็ได้เหมือนกัน ซึ่งจะแบ่งออกได้ในหลายแบบ คือ กองทุน ก็จะมีกองทุนในหลายรูปแบบ เช่น กองทุนหุ้นระยะยาว กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนรวม และนะส่วนของกองทุนเหล่านี้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินออมของเรานั้นงอกงาม และยังผลตอบแทนดี ที่สำคัญไม่ต้องเสียภาษี

ตราสารหนี้ระยะยาว ในส่วนนี้จะมีอยู่สองแบบ คือ หุ้นกู้ และพันธบัตร ซึ่งในการลงทุนชนิดนี้มีการให้ดอกเบี้ยสูง และยังสามารถคาดการณ์เกี่ยวกับกระแสเงินรับได้อย่างแน่นอน

สลากออมทรัพย์ การลงทุนในรูปแบบนี้เป็นการลงทุนที่ง่ายและไม่ยุ่งยากมากที่สุด มันคล้ายกับการที่เราซื้อหวย แต่ต่างกันตรงที่ซื้อหวยเมื่อซื้อไปแล้วเงินต้นที่เราลงทุนไปจะไม่มีเหลือ ซึ่งการซื้อสลากออมทรัพย์เมื่อเราไม่ถูกรางวัลแต่เงินต้นเรายังคงอยู่ และในการซื้อสลากออมทรัพย์ก็จะเป็นแบบ3ปี และ5ปี ซึ่งก็ควรพิจารณาเลือกการลงทุนให้เหมาะสม

อย่างที่กล่าวมาการวางแผนในการเงินสำหรับการเกษียรของเรานั้นก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถมากเท่าไหร่นัก แต่เราควรจะมีความละเอียดรอบครอบในการวางแผน และควรคิดถึงผลที่จะตามมาในอนาคตเมื่อเราเลือกที่จะวางแผนแบบไหนก็ตาม แต่ที่สำคัญเราควรที่จะพิจารณาหากเราต้องการที่จะลงทุนอะไรไป ซึ่งจะป้องกันผลกระทบที่จะตามมาในภายหลัง เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมแล้วบอกกับตัวเอง เจอกัน “ชีวิตแบบเกษียณสุข”

วิธีเซฟค่าใช้จ่าย ทำง่ายแถมได้สร้างบ้านในฝันสมใจ

ตามหลักปัจจัย 4 บ้านหรือที่อยู่อาศัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับดำเนินชีวิตซึ่งในยุคปัจจุบันบ้านก็มีหลายรูปแบบหลายสไตล์ และยังหลายราคาอีกต่างหาก ซึ่งสมัยนี้การที่เราจะเลือกซื้อบ้านทั้งที่หลายคนอาจจะปาดเหงื่อกันเลยทีเดียวเพราะราคาบ้านแต่ละหลังของแต่ละโครงการก็แพงเอาเรื่อง หลายคนจึงคิดที่จะหาที่ดินเปล่าๆสักผืนหนึ่งเพื่อที่จะปลูกบ้านเป็นของตัวเองและอยู่ในงบประมาณที่เราสามารถกำหนดได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามอาจจะมีบางส่วนที่ทำให้งบประมาณในการสร้างบ้านของเรานั้นบานปลายไปกันใหญ่ งั้นเรามาดูทริคง่ายๆที่จะคุมบ้านให้อยู่ในงบประมาณที่เรากำหนดไว้

1.ราคาอุปกรณ์ในการสร้างบ้าน

การที่เราจะสร้างบ้านคงขาดไม่ได้สำหรับอุปกรณ์หรือวัสดุต่างๆที่จะกลายมาเป็นบ้านของเราในอนาคต เราควรที่จะหมั่นเช็คราคาของวัสดุอุปกรณ์หรือคอยสอบถามอยู่กับช่างเสมอ เพื่อที่เราสามารถที่จะจำกัดงบประมาณในส่วนต่างๆให้คงที่ไม่พลาดและบานปลายกันไปใหญ่

2.แวดวงสังคมช่วยคุณได้

ยิ่งคุณรู้จักคนเยอะเท่าไหร่ก็จะเป็นผลดีกับตัวคุณ เมื่อคุณคิดที่จะสร้างบ้านแล้วการที่หาคนรู้จักหรือญาติพี่น้องที่ถนัดในงานก่อสร้างเข้ามาช่วยในการที่ทำให้บ้านในฝันของคุณเป็นจริงได้นั้น จะสามารถช่วยคุณในการประหยัดงบประมาณต่างๆไปได้อีกเยอะมากมาย ทำให้เผลอๆบางทีคุณอาจจะมีเงินเก็บไว้อีกต่างหาก

3.วางแผนงบประมาณ ช่วยได้กว่าที่คิด

ในการที่คุณเลือกที่จะสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่งคุณควรจะมีการวางแผนในการที่จะสร้างบ้าน ลิสต์รายการสิ่งต่างๆที่ต้องชำระจัดการให้เรียบร้อย เพื่อควบคุมงบประมาณต่างๆให้อยู่ในแถว

4.เฟอร์นิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง เลือกง่ายๆแต่รอบครอบ

การที่เราจะสร้างบ้านขึ้นมาหลังหนึ่งพร้อมทั้งมีเฟอร์นิเจอร์ดีๆและครบครัน ทุกคนก็อยากที่จะให้อยู่กับเรานานๆ ดังนั้นเราควรเลือกทุกอย่าง อย่างละเอียดและรอบครอบทำให้ได้ของที่มีคุณภาพซึ่งเมื่อเราเฟ้นหาดีๆแล้วอาจจะทำให้เราได้ซื้อในราคาถูกอีกต่างหาก

นี่ก็เป็นทริคดีๆและง่ายๆที่จะช่วยให้การสร้างบ้านของคุณสามารถกำหนดงบประมาณได้และสามารถทำให้บ้านของคุณอยู่ในงบประมาณที่กำหนดไม่ออกนอกลู่และนอกทาง และยิ่งถ้าคุณมีคนรู้จักเยอะอาจจะทำให้คุณได้บ้านดีกว่าที่คิดเพราะสามารถคุยและตกลงในสิ่งที่เราต้องการได้อย่างง่ายๆ และถ้าคุณมีความตั้งใจและละเอียดรอบครอบในการที่จะซื้อเฟร์อนิเจอร์และวัสดุก่อสร้าง รับรองเลยว่าคุณจะได้บ้านอย่างสุดคุ้มเลยทีเดียว

วิธีออมเงินส่งลูกเรียน

เราเชื่อว่าสิ่งที่พ่อแม่หลายคนปรารถนาคือการได้เห็นลูกรักของตนมีการศึกษาที่ดี สุขภาพที่ดี หรือยามเจ็บป่วยก็สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างมั่นใจ สิ่งเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้เพียงแค่เราควรมีการวางแผนด้านการเงินเป็นอย่างดี การเริ่มออมเงิน การทำประกันชีวิตเพื่อลูก การวางแผนการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนระดับอุดมศึกษา การประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น การหารายได้พิเศษเพิ่มเติม   ในบทความนี้จะยกตัวอย่างเกี่ยวกับการวางแผนออมเงินสามแบบ เพื่อเป็นแนวทางให้กับพ่อแม่ที่กำลังเริ่มออมเงิน   อันดับแรกเราต้องวางแผนกำหนดค่าใช้จ่ายในแต่ละส่วนที่ใช้ เช่น ค่าขนม ค่าหนังสือเรียน ค่าเทอม ค่าเรียนพิเศษ ค่ากิจกรรมต่างๆของลูก แล้วนำมาจัดเป็นหมวดหมู่ว่าค่าใช้จ่ายอะไรที่ต้องจ่ายทุกวัน ทุกเดือน ทุกหกเดือนและทุกปี   เพื่อที่จะแบ่งกลุ่มออมให้เหมาะสม ควรแยกแต่ละบัญชีออกจากกันเลยเพื่อไม่ให้สับสนเวลาที่นำไปใช้   สำหรับการออมจะแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ

  1. การออมเงินแบบที่ 1

การออมเงินแบบแรกจะเป็นการออมเพื่อค่าใช้จ่ายรายวันและรายสัปดาห์ เช่น ค่าขนม ค่ากิจกรรมและค่าจิปาถะต่างๆ ของลูก   การวางแผนออมเงินในส่วนนี้ถือว่ายากที่สุดเพราะเงินจะมีการหมุนเวียนแทบทุกวัน   ถ้าวางแผนไม่ดีอาจจะทำให้เงินออมส่วนอื่นๆมีปัญหาไปด้วย อาจจะเลือกวิธีฝากออมกับธนาคารที่มีดอกเบี้ยสูงเพื่อเพิ่มกำไรของเงินฝากในอนาคต

  1. การออมเงินแบบที่ 2

การออมเงินแบบที่ 2 เป็นการออมเพื่อค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าเรียนพิเศษ ค่ารถรับส่งและค่าอาหารกลางวัน   ของลูก ค่าใช้จ่ายประเภทนี้ค่อนข้างสูงขึ้นมาหน่อย จะเลือกฝากออมเหมือนวิธีแรกก็ได้

  1. การออมเงินแบบที่ 3

การออมเงินแบบสุดท้าย เป็นการออมเพื่อค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทุกหกเดือนหรือทุกปี เช่น ค่าเทอมและค่าหนังสือ ค่าใช้จ่ายประเภทนี้ค่อนข้างสูงมากกว่าแบบอื่น การฝากออมในระยะยาวก็เป็นอีกวิธีหนึ่งเพราะจะได้กำไรมากกว่าการฝากออมระยะเวลาสั้นและเป็นการสร้างวินัยในการเก็บเงิน   หรืออาจจะเลือกทำประกันทุนการศึกษาให้บุตรเพื่อจะได้รับเงินก้อนเมื่อถึงระดับอุดมศึกษาหรือเป็นทุนให้ลูกเมื่อจบการศึกษา

หลายครอบครัวอาจก็มีวิธีการออมเงินแตกต่างกันหลายรูปแบบ การสอนให้ลูกได้รู้จักคุณค่าของเงินก็เป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กันไป เพราะหากแต่พ่อแม่เตรียมทุกอย่างให้พร้อม ลูกอาจไม่เข้าใจถึงคุณค่าของการหาเงิน การเริ่มสอนให้ลูกรู้ถึงการได้มาของเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากไม่รู้จักถึงความลำบากแล้วการที่จะรู้จักประหยัดคงอาจขึ้นได้ยาก พ่อแม่จึงเป็นเหมือนต้นแบบที่ลูกๆควรปฏิบัติตาม

วางแผนการเงินง่ายๆ เที่ยวสบายๆ

คนที่มีการวางแผนการเงินที่ดี จะย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่วางแผนอะไรเลย เนื่องจากในการวางแผนการเงิน เราอาจจะกำหนดลงไปเลยว่าเราตั้งเป้าหมายในการออมเงินเท่าไร เพื่อที่จะทำอะไร การสร้างความมั่นคงทางการเงิน สามารถเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้ได้เงินเดือนสูงๆแล้วค่อยเริ่มต้น

หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าผมพึ่งเริ่มต้นทำงาน ได้เงินเดือนแค่ 15,000 บาทต่อเดือน แล้วจะเริ่มต้นออมอย่างไรดีละ ถ้าหากคุณอยากมีรู้เคล็ดลับการวางแผนการเงินง่ายๆ เที่ยวสบายๆ คุณลองทำตามวิธีนี้ดู สำหรับคนที่เริ่มทำงาน เมื่อเงินเดือนออก อาจแบ่งเงินส่วนหนึ่งออกมาซัก 2,000 บาท แยกไว้ต่างหากเป็นเงินออมสำหรับการลงทุนในอนาคต เงินที่เหลืออีก 13,000 บาท อาจแบ่งเป็น ค่าเช่าหอ 4,000 บาทต่อเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ 3,000 บาทต่อเดือน ส่งให้พ่อ-แม่ 3,000 บาทต่อเดือน ที่เหลืออีก 3,000 บาท ก็เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวไป ส่วนเงินออมนั้นพอครบ 1 ปี ก็จะได้เงินออมเท่ากับ 25,000 บาท และทุกปีบริษัทส่วนมากจะให้โบนัสกับพนักงาน และมีการขึ้นเงินเดือนทุกปี

สำหรับวางแผนการเงินง่ายๆ เที่ยวสบายๆแนะนำให้ลองซื้อหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงๆดู ด้วยเงินเก็บและเงินโบนัสที่ได้ในแต่ละปี โดยอาจเหลือไว้ใช้ในยามฉุกเฉินซัก 20-30 % ทำเช่นนี้ ภายในไม่กี่ปีเงินลงทุนของคุณก็จะเติบโตมากขึ้น รวมถึงผลตอบแทนที่ได้รับก็จะยิ่งเป็นทวีคูณมากยิ่งขึ้น เมื่อได้ผลตอบแทนจำนวนหนึ่งแล้ว คุณก็ยังสามารถนำผลตอบแทนจำนวนหนึ่งของการลงทุนไปท่องเที่ยวอย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นในประเทศ หรือต่างประเทศได้อีกด้วย เพื่อเป็นรางวัลให้กับความสำเร็จในการลงทุน

แต่ช้าก่อน สำหรับวางแผนการเงินง่ายๆ เที่ยวสบายๆก็ไม่ควรจะให้รางวัลตัวเองบ่อยเกินไป เพราะเดี๋ยวจะทำให้มัวแต่ไปเที่ยวไม่สนใจการลงทุนเพื่อสร้างผลกำไรต่อไป นอกจากว่าคุณจะมีอัตราผลตอบแทนคงที่แล้ว และอย่าลืมว่าตราบใดที่เงินลงทุนของคุณอยู่ในตลาดหุ้น หากวันใดกิจการมีปัญหา การลงทุนของคุณก็มีโอกาสล้มเหลวด้วย

อย่างไรก็ตามวางแผนการเงินง่ายๆ เที่ยวสบายๆ หากคุณได้มีการวางแผนการเงินตั้งแต่เริ่มทำงานใหม่ๆ คุณก็จะยิ่งสบายมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น สามารถใช้ผลตอบแทนจากการลงทุนไปเที่ยวในที่หรูหราราคาแพงได้ แต่ทั้งนี้มีข้อแม้ว่าคุณจะต้องอดทนทำตามแผนให้ได้อย่างจริงจังด้วยนะ ไม่ใช่ว่าคิดแผนไว้แล้วแต่พอจะลงมือทำก็ผัดไปเป็นปีหน้าเรื่อยๆ อย่างนี้ก็ไม่มีทางได้ลงทุนซักที และต้องมีกฎในการลงทุน คือ ไม่ซื้อหุ้นตัวที่งบไม่ดี และไม่คัทลอสถ้าขาดทุน กรณีที่หุ้นดี ราคาจะขึ้นมาหาจุดที่เหมาะสมเอง

วางแผนการเงินอย่างไรให้ชีวิตคู่แฮปปี้

การใช้ชีวิตอยู่คนเดียวบางทีก็เหงา ถ้ามีใครสักคนมาคอยเคียงข้างก็น่าจะทำให้อุ่นกายอุ่นใจดีเหมือนกัน แต่การจะใช้ชีวิตคู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สิ่งหนึ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิตคู่ก็คงไม่พ้นเรื่องเงิน เพราะเราก็ต้องกินต้องใช้ ครั้นจะมีชีวิตคู่แล้วต้องไปกัดก้อนเกลือกินก็คงจะไม่โสภานัก ดังนั้น เราจึงต้องเริ่มการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่เสียตั้งแต่วันนี้น่าจะเป็นการดีที่สุด วันนี้เราจึงอยากนำเสนอเรื่องการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่แต่ใครที่ยังไม่มีคู่ก็ไม่ต้องมองผ่านไปนะ อ่านได้เหมือนกันเผื่อวันข้างหน้ามีคู่แล้วก็ยังสามารถนำมาปรับใช้ได้อยู่

การวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่ ทางที่ดีควรช่วยกันวางแผน วางแผนร่วมกัน พูดคุยแจกแจงให้เข้าใจกัน มีชีวิตคู่ก็เป็นธรรมดาที่ควรจะช่วยกันคิดช่วยกันทำช่วยกันเก็บ สิ่งเหล่านี่เป็นสิ่งสำคัญของการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่ เพราะชีวิตคู่ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องแต่งงาน เราจะต้องมองไปให้ถึงอนาคตด้วย ข้างหน้ายังมีอุปสรรคปัญหาอีกมากที่เราจะต้องฝ่าไปให้ได้ หากปัญหาทุกอย่างต้องตกมาเป็นหน้าที่ของคนๆเดียวแล้ว ก็คงจะไม่ใช่การวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่ที่ดีแน่ๆ

การวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่ ที่ฉลาดควรวางแผนไปในอีก 10 ปีข้างหน้าด้วย นั่นคือการมองอนาคตในระยะยาว ไม่ควรวางแผนสั้นๆเพียง 1- 2 ปี นักวางแผนการเงินเคยให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำบัญชีหลักๆสำหรับชีวิตคู่ไว้ดังนี้

1.บัญชีครอบครัว นับเป็นบัญชีหลักของคนทั้งคู่ที่จะสร้างชีวิตไปด้วยกัน บัญชีนี้ประกอบไปด้วยค่าใช้จ่ายหลักๆของทั้งสองฝ่าย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆที่จำเป็น ซึ่งถ้าทั้งสองฝ่ายทำบัญชีนี้ไว้ร่วมกันก็จะสามารถคุมและตัดค่าใช้ที่ไม่จำเป็นออกไปได้ นี่จึงเป็นก้าวย่างที่สำคัญของการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่

2.บัญชีเงินออม เงินที่แบ่งสันปันส่วนจากบัญชีแรกเมื่อพอมีเหลือก็นำมาใส่ไว้ในบัญชีนี้ บัญชีนี้นับเป็นบัญชีสำหรับกรณีฉุกเฉินเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง หากมีใครเจ็บใครป่วยถ้าทำบัญชีนี้ไว้เราก็พอจะมีเงินสำรองไว้ใช้จ่ายได้ แต่การวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่นั้นมีความแตกต่างไปบ้างจากการออมเงินธรรมดานั่นคือ คุณควรมีเงินออมให้ได้ 5 – 6 เท่าของค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนถึงจะเพียงพอจริงๆในกรณีฉุกเฉิน

3.บัญชีมีเป้าหมาย เป็นบัญชีสำหรับการใช้จ่ายนอกเหนือไปจากการใช้ชีวิตประจำวัน อาจเป็นการเตรียมเงินสำหรับท่องเที่ยว หรือ เก็บเงินเพื่อสำหรับมีบุตร นับเป็นการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่ ที่ไม่ประมาท

4.บัญชีเตรียมตัวสำหรับชราภาพ บัญชีนี้คือการนำเงินออมไปลงทุน ทั้งระยะสั้นระยะยาว เพื่อให้เงินออมนั้นงอกเงย และเพียงพอที่จะใช้จ่ายยามที่คนทั้งคู่เกษียณไม่มีรายได้แล้วนี่จึงเป็นการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่จริงๆ คือคิดเผื่อคู่ชีวิตของเราไว้ด้วย

คำแนะนำข้างต้นเป็นสิ่งที่ทำได้จริง หากคิดจะมีใครสักคนเข้ามาในชีวิตก็คงต้องเป็นคู่คิดที่รู้จักการวางแผนการเงินสำหรับชีวิตคู่ร่วมกัน หากเรามีการวางแผนที่ดีและมีวินัยในตนเอง ปัญหาการเงินสำหรับชีวิตคู่ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าหนักใจอะไร

วิธีเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือน

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์เงินเดือนพอเอ่ยถึงการออมหลายคนอดคิดในใจไปไม่ได้ว่า แค่ให้มีเงินใช้เดือนต่อเดือนให้ได้ก็บุญแล้ว อย่ามาพูดอะไรเกี่ยวการการเก็บการออมเงินของมนุษย์เงินเดือนให้ฟังเลยเสีย เวลาเปล่าเพราะทำไม่ได้อยู่แล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพอเริ่มต้นพูดมนุษย์เงินเดือนก็ชอบคิดว่าเก็บเงินมัน ยากซะแล้วแต่ความจริงวิธีเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือนมันก็มีหลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะเอาไปปรับใช้ให้เหมาะแก่ตนอย่างไร ในที่นี่จะขอพูดถึงมนุษย์เงินเดือนที่ไม่มีเงินเก็บเลยว่าควรจะต้องเริ่มต้น เก็บเงินอย่างไรบ้าง

วิธีเริ่มต้นเก็บเงินง่ายๆสำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่ไม่เคยเก็บเงินได้ก็คือตรวจสอบรายจ่ายประจำวันประจำเดือนของตัวเราเอง เสียก่อนว่าทั้งเดือนจ่ายอะไรไปบ้าง พอใช้จ่ายเงินออกไปเมื่อไหร่ก็บันทึกลงในบัญชีรายจ่ายเราทันทีว่าเป็นราย จ่ายประเภทไหนแยกหมวดหมู่ให้ชัดเจน และถ้าเราทำตามนี้เมื่อครบเดือนเราก็จะรู้การใช้จ่ายของเราสามารถจำแนกราย จ่ายที่ไม่จำเป็นที่ตัวมนุษย์เงินเดือนสามารถปรับลดลงได้ซึ่งจะเป็นการง่าย ในการที่จะทำให้มนุษย์เงินเดือนวางแผนในการเก็บเงินได้ต่อไป

ในช่วง แรกอาจจะมีความรู้สึกไม่อยากทำบัญชีรับจ่ายแต่ก็ควรฝึกทำให้ติดเป็นนิสัย เพื่อที่จะประเมินการใช้จ่ายของเราตลอดเวลาและเมื่อเราทำครบเดือนเราก็จะ เริ่มเห็นถึงสาเหตุที่ทำไมเราถึงใช้เงินหมดทุกเดือนไม่เหลือเก็บและขั้นต่อ ไปในการเริ่มเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือนก็คือการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งเชือแน่ว่ายังไงคนเราต้องมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นแน่นอน เช่นซื้อของที่ไม่จำเป็นไม่ได้ใช้ ค่ากาแฟที่กินทุกวันถ้าลดลงเป็นวันเว้นวันก็อาจทำให้มีเงินเหลือเพิ่มขึ้น ได้ หรืออาจจะมีค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่มากเกินไปเป็นต้น ซึ่งถ้าลดลงได้ก็ล้วนแต่เป็นการช่วยทำให้เราเหลือเงินเพิ่มมากขึ้นได้

หลัง จากที่เราสามารถลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลงได้แล้วขั้นต่อไปของวิธีการเก็บเงิน ของมนุษย์เงินเดือนก็คือต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะเก็บเงินต่อเดือนให้ได้ เท่าไหร่ให้คิดซะว่าเป็นรายจ่ายประจำอย่างหนึ่งขึ้นมาซึ่งเราต้องมีวินัยและ ตั้งใจจริงโดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บได้เลย ในช่วงแรกอาจเริ่มจากตั้งเป้าหมายที่จะเก็บเงินต่อเดือนไม่ต้องมากเช่นห้า ร้อยบาทหรือหนึ่งพันบาทก็ได้เป็นต้น เพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเราเองว่าสามารถเก็บได้ตามเป้าที่วางไว้โดยเราอาจ เอาเงินที่เราเก็บได้ไปฝากไว้ในบัญชีธนาคารใดก็ได้แต่ต้องกำหนดไว้ในใจตัว มนุษย์เงินเดือนเองเอาไว้ว่าจะไม่ถอนเงินจากบัญชีนี้เด็ดขาด

ในความ จริงวิธีเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือนยังมีอีกมากมายหลายแบบ แบบนี้ก็เป็นเพียงวิธีหนึ่งในการเก็บเงินของมนุษย์เงินเดือนที่ไม่เคยเริ่ม ต้นหรือไม่เคยเก็บเงินต่อเดือนได้เลย ลองคิดดูว่าถ้าเราลองเก็บเงินซักหนึ่งพันบาทต่อเดือนแม้จำนวนจะดูไม่มากแต่ ถ้าเวลาผ่านไปซักปี จากมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ทำงานมาหลายปีไม่เคยมีเงินเก็บเลยแต่เวลาเพียง ปีเดียวสามารถมีเงินเก็บขึ้นมาถึงหนึ่งหมื่นสองพันบาทได้เลย การเก็บเงินไม่ยากแต่จะยากถ้าไม่เริ่ม คิดได้แล้วก็เริ่มเก็บเงินกันได้เลย…..

สินเชื่อไปทำงานต่างประเทศ ธนาคารออมสิน

คนทุกคนต่างมีความฝัน บางคนฝันว่า อยากสร้างฐานะความเป็นอยู่ของครอบครัวให้ดีขึ้น ฝันว่าอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง มีรถไว้ขับไปไหนมาไหน มีเงินที่เพียงพอสำหรับส่งลูกให้เรียนหนังสือสูง ๆ สิ่งเหล่านี้เป็นการยกฐานะครอบครัวให้ดีขึ้น

คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใน การยกระดับฐานะในครอบครัว ส่วนหนึ่งก็มาจากการมุมานะในการงานอาชีพ การทุ่มเท การเก็บออมอย่างวิริยะอุตสาหะ ผลตอบแทนของค่าจ้างที่สูงก็ยิ่งเป็นตัวแปรที่ช่วยย่นระยะเวลาในการยกฐานะ ความเป็นอยู่นั้นให้ดีขึ้น

การไปทำงานต่างประเทศจึงเป็นเป้าหมายของ หลายต่อหลายคน เพราะเนื่องจากการไปทำงานต่างประเทศจะได้รับค่าตอบแทนที่สูง แต่มากไปกว่านั้น คือ การเก็บเกี่ยวประสบการณ์และการแสดงถึงศักยภาพของคนไทยสู่โลกกว้าง การได้ไปทำงานในต่างประเทศเป็นการเปิดมุมมองใหม่ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ สร้างโอกาสใหม่ ๆ และผลตอบแทนที่สูงที่รอคอยคุณอยู่

สินเชื่อไปทำงาน ต่างประเทศ ธนาคารออมสิน สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มความฝันของคุณ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป อย่าให้อุปสรรคเรื่องเงินเป็นสิ่งที่สะดุดความฝันของคุณ ในเมื่อโอกาสและประตูแห่งการทำงานต่างประเทศยังเปิดอยู่

ดังนั้น ธนาคารออมสินจึงพร้อมสนับสนุนสำหรับท่านที่ต้องการสินเชื่อไปทำงานต่าง ประเทศ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยมีคุณสมบัติของผู้กู้เบื้องต้นดังนี้

  1. มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์
  2. สำหรับบุคคลที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยมีหลักเกณฑ์ดังนี้คือ

–              ผ่านทางกรมการจัดหางาน หรือกระทรวงแรงงาน

–              บริษัทจัดหางานที่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกับกรมการจัดหางาน

  1. เป็นสมาชิกโครงการ ณ สาขาที่ยื่นขอกู้เงิน
  2. เป็นผู้ฝากเงินประเภทเผื่อเรียกของธนาคาร (เพื่อรองรับการโอนเงินชำระหนี้จากต่างประเทศ)

สำหรับ ผู้ที่สนใจ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เวบไซต์ของธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ในหมวดสินเชื่อบุคคลทั่วไป หัวข้อ “สินเชื่อไปทำงานต่างประเทศ” หรือ สามารถขอรับคำแนะนำเพื่อข้อมูลที่ละเอียดมากยิ่งขึ้นได้ที่ธนาคารออมสินทุก สาขา

เราเชื่อว่า บางคนที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ มิใช่เพียงต้องการผลตอบแทนที่สูงในการยกระดับฐานะแล้ว แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องการหาประสบการณ์การเรียนรู้เป็นการเปิดโอกาส ให้กับตัวเองโดยผ่านการไปทำงานในต่างประเทศ

การไปทำงานต่างประเทศจึง ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป สินเชื่อไปทำงานต่างประเทศ ธนาคารออมสิน ให้ฝันของคุณเป็นจริง ตอบโจทย์ของผู้ที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศโดยที่ไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ ให้เกิดปัญหาหนี้นอกวงจร ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำและสามารถผ่อนชำระได้ ช่วยเป็นตัวเลือกให้คุณเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่ประตูแห่งอาชีพที่เปิด กว้าง

สินเชื่อที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยธนาคารออมสิน พร้อมผลักดันฝันคุณให้เป็นจริง

ออมก่อนรวยกว่า

วัยรุ่นหลายๆคน หรือนักศึกษาที่จบใหม่ เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน บางคนทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่เคยสงสัยไหมว่าทำไมถึงไม่มีเงินเก็บเลย? ก่อนอื่นลองทำบันทึกรายรับรายจ่ายดูสิ แล้วดูว่าใน 1 เดือนค่าใช้จ่ายไหนบ้างที่ไม่จำเป็น ก็ค่อยๆตัดออกไป เช่น การไปกินข้าวข้างนอกหรือการไปดูหนังที่ต้องไปทุกวันหยุด การเที่ยวผับ บาร์ ที่ต้องไปทุกอาทิตย์ อาจลองค่อยๆลด จากการดูหนัง ทานข้าวนอกบ้านอาจเหลือเดือนละครั้งพอ ส่วนการเข้าผับนั้นอาจเป็น 2-3 เดือนครั้งก็ได้ ส่วนคุณผู้หญิงที่ต้องซื้อเสื้อผ้าอาทิตย์ละชุด อาจลดเหลือเดือนละ 2 ชุด หรือเดือนละชุด เท่านี้ก็ได้เงินเก็บเพิ่มขึ้นแล้ว เพราะการออมก่อนรวยกว่า ดังนั้นหากยิ่งออมในขณะที่อายุยังน้อยอยู่ก็จะสร้างนิสัยให้เป็นคนไม่ใช้ จ่ายฟุ่มเฟือย และมีเงินเก็บไว้ทำอย่างอื่นด้วย

การออมก่อนรวยกว่านี้ สามารถเริ่มต้นได้เลยไม่ต้องรอให้ทำงานก่อน โดยหากยังเป็นนักศึกษาได้เงินค่าขนมเป็นรายเดือน ก็สามารถแบ่งค่าขนมนั้นมาออมได้เพื่อที่จะสร้างวินัยทางการเงินให้กับตัวเอง เมื่อวัยทำงานมาถึง ทั้งนี้ในการออมให้ถือว่ารายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมด (รายจ่ายที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้) เช่น การรับประทานอาหาร Fast Food เข้าเซเว่นซื้อขนม หรือการไปเดินห้างทุกวันหยุด เหล่านี้ทำให้เกิดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งสิ้น

หรือหากมีเงินเก็บได้ จำนวนหนึ่งแล้ว เราสามารถลงทุนโดยให้เงินที่มีอยู่ทำงานแทนเราได้ โดยการลงทุนในหุ้น พันธบัตร หรือกองทุน เพื่อให้เป็นการออมก่อนรวยกว่า และนอกจากเงินต้นที่ออมแล้วยังได้ผลตอบแทนเป็นเงินปันผลหรือดอกเบี้ยด้วยใน กรณีที่เงินลงทุนเป็นธนบัตรหรือหุ้นกู้ และยังได้กำไรจากส่วนต่างของราคาอีกด้วยหากคุณลงทุนในหุ้น หรือกองทุน

การ ออมโดยการลงทุนในหุ้น ไม่แนะนำให้ซื้อหุ้นตามข่าวหนังสือพิมพ์ และไม่แนะนำให้ซื้อหุ้นที่ขาดทุนสะสมมาเป็นเวลานาน จนหาอัตราส่วนจากกำไรสุทธิไม่ได้ (PE) แต่แนะนำให้เลือกหุ้นที่จ่ายเงินปันผลต่อปีสูงๆ บางตัวอาจถึง 10% ต่อปีเลย เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่มสื่อสาร เป็นต้น และนอกจากนั้นบางตัวยังได้รับเครดิตภาษีคืนอีกด้วย ซึ่งจะทำให้การออมก่อนรวยกว่าของคุณง่ายยิ่งขึ้น

สุดท้ายนี้ ถ้าหากคุณตั้งใจที่จะออมเงินจริงๆ ขอให้คุณตั้งใจและทำมันให้ได้ตั้งแต่วันนี้ ห้ามผลัดวันประกันพรุ่งอย่างเด็ดขาด โดยการเริ่มต้นออมเงินไม่ควรเป็นการหักโหมเกินไป ควรจะค่อยเป็นค่อยไป เช่น ทุกเดือนจะดูหนัง 4 เรื่อง อาจค่อยๆลดลงเดือนละเรื่อง จนเหลือเรื่องเดียวก็ได้ เป็นต้น

ฝากเงิน ดอกเบี้ยสูง

ถ้าพูดถึงการออมเงินหลายๆคนก็คงนึกถึงภาพเด็กๆหยอดกระปุกออมสินพอถึงเวลา กระปุกออมสินเต็มคุณพ่อคุณแม่ก็จะพาไปเปิดบัญชีฝากที่ธนาคาร ซึ่งเด็กๆไม่ได้คิดหรอกว่าการฝากเงินจะได้ดอกเบี้ยมากน้อยแค่ไหนรู้แค่ว่า เรามีเงินเก็บจากการหยอดกระปุกและได้ของขวัญเป็นกระปุกออมสินใบใหม่จากคุณ พ่อคุณแม่หรือธนาคารให้เป็นของขวัญในการเปิดบัญชีใหม่แค่นั้นเอง แต่ถ้าเป็นผู้ใหญ่อย่างเราในวัยทำงานอย่างเราล่ะ จะทำยังไงเวลาออมเงินหรือคิดจะฝากเงินแต่ละทีเราก็คิดใช่มั๊ยครับล่ะว่าจะ ฝากยังไงจะทำยังไงให้เราฝากเงินแล้วได้ดอกเบี้ยเยอะที่สุดเพื่อความมั่นคง ของเราต่อไป แต่อันดับแรกเลยเราต้องเริ่มจากการออมเงินขั้นพื้นฐานเหมือนกับการหยอด กระปุกเลยแต่ทีนี้เราไม่ใช่เด็กๆแล้วนี่ครับที่จะหยอดๆไปไม่ได้คิดอะไรเพราะ เด็กๆแทบจะไม่ได้มีรายจ่ายนอกจากค่าขนมที่ซื้อกินที่โรงเรียน แต่ตัวเราเองมีรายจ่ายรออยู่เยอะแยะมากมายก่ายกองไหนจะค่าบ้าน ค่ารถ ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว โอ๊ยนึกแล้วจะเป็นลมใช่มั๊ยล่ะครับ เพื่อไม่ให้เราใช้เงินเกินขอบเขตและเพื่อจะได้รู้ว่าในแต่ละเดือนเรามีเงิน เหลือเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นเราต้องเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลยครับ เช่นเราได้รับเงินเดือนมาเท่าไหร่ ในแต่ละวันเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง หักลบกันแล้วเหลือเท่าไหร่ สมมุตินายA ได้รับเงินเดือนมา 18,000บาท จ่ายค่าเช่าบาท 2,000 บาท ค่ารถ 5,000บาท ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่อเดือน 6,000บาท หักแล้วนายA จะเหลือเงิน5,000บาทต่อเดือน ทีนี้เราก็มาดูกันครับว่าอย่างกรณีนายAจะเลือกฝากเงินหรือออมเงินอย่างไรให้ ได้ดอกเบี้ยสูงที่สุด

ประเภทบัญชีเงินฝากของธนาคารแบ่งออกเป็น3ประเภท ใหญ่ๆคือ ออมทรัพย์ กระแสรายวันและประเภทเงินฝากประจำ ซึ่งบัญชีแต่ละประเภทนี้แน่นอนต้องมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ไป สำหรับบัญชีที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดของแต่ละธนาคารนั่นก็คือบัญชีประเภท เงินฝากประจำนั่นเอง เงื่อนไขของบัญชีประเภทนี้มีกำหนดระยะเวลาฝากที่แน่นอนเช่น 3เดือน 6เดือนหรือ1ปี ซึ่งในแต่ละระยะเวลาก็จะมีกำหนดขั้นต่ำของแต่ละธนาคารว่าเราต้องฝากเท่าไหร่ อย่างเช่นกรณีนายA ถ้าฝากประจำในระยะเวลา1ปี 60,000บาท นายAอาจจะแบ่งฝากเดือนละ5,000บาท สมมุติธนาคารหนึ่งมีอัตราดอกเบี้ย3%ต่อปี ในระยะเวลา1ปี 60,000บาท นายAอาจจะแบ่งฝากเดือนละ5,000บาท นายAจะได้รับอัตราดอกเบี้ย (60,000 * 3) / 100 = 1,800 หักภาษีเงินได้15% = 1,530 (แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารด้วย)แต่ข้อเสียของการ ฝากแบบประจำคือเราไม่สามารถจะถอนเงินมาใช้ได้ก่อนครบกำหนดหรือถ้าหากถอนมา ใช้ก็จะไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนด

แต่ในปัจจุบันมีประเภท บัญชีเงินฝากหลายหลายประเภทมากมายเกิดขึ้นเช่น ซุปเปอร์ออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากไม่ประจำ ถอนได้ ดอกเบี้ยสูง หรือบัญชีเงินฝากประจำแบบปลอดภาษี เป็นต้น เราก็สามารถเลือกประเภทบัญชีเงินฝากให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเราได้ แต่แต่ละประเภทของบัญชีที่ธนาคารสร้างขึ้นมาเพื่อจูงใจผู้ฝากอย่างเราทั้ง หลายนั้นต้องศึกษาเงื่อนไขของแต่ละประเภทด้วยนะครับเพราะทางธนาคารมักมี เงื่อนไขหรือรายละเอียดอื่นแอบแฝงไว้เสมอ